ทริปถ่ายภาพ : เลห์ ลาดักห์ ซันสการ์ เทศกาลระบำหน้ากาก 26 ก.ค.-3 ส.ค. 2019 (ว่าง 5 ที่ !)

เลห์ ลาดักห์ ซันสการ์ เมืองแห่งวัฒนธรรมทิเบต หรือทิเบตน้อย ดินแดนที่ซ่อนเร้นในอ้อมกอดหิมาลัย เป็นชุมทางการค้าขายของ 1 ใน 3 เส้นทางสำคัญของแห่งหิมาลัยโบราณ เป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่และอารยธรรมเก่าแก่ของชนชาวทิเบต เมืองสวยบนที่ราบสูง สัมผัสภูมิประเทศแปลกตาบนเทือกเขาที่มีภูเขาหิมะสลับฉาก และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนดินแดนสูงเกือบที่สุดของโลก (ทริปนี้เดินทางช่วงวันหยุดวันเฉลิมพระชนมพรรษา ฯ เราจะได้ถ่ายภาพเทศกาลระบำหน้ากากประจำปี ของชาวซันสการ์ และถ่ายภาพทางช้างเผือกด้วย)

นำทริปโดย คุณอุมาพรรณ์ วิเศษสาธร ช่างภาพสาวไฟแรง ที่ได้ไปสำรวจจุดถ่ายภาพ ณ สถานที่จริงมาแล้วถึง 2 ครั้ง คุณสามารถติดตามผลงานของเธอได้ที่ 500px/rose_umarphun และ Facebook/RoseUmarphun ผู้เริ่มต้นถ่ายภาพหรือยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ก็สามารถเข้าร่วมทริปถ่ายภาพนี้ได้

เรื่องอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) : เลห์ ลาดักห์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 3,500-4,400m ซึ่งผู้เดินทางจะมีอาการแพ้ความสูง คือปวดศีรษะ เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย เนื่องจากปริมาณ Oxygen น้อยกว่าที่ราบ  ทีมงานจะเตรียมยา Diamox ไปให้ทุกท่าน และขอความร่วมมือให้ทำกิจกรรมต่างๆให้ช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะวันแรกที่ไปถึงเลห์ ก่อนเดินทางควรออกกำลังกายโดยการเดินเร็วหรือวิ่ง 3 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งหนึ่งอย่างน้อย 30 นาที จะช่วยได้มากครับ

รายละเอียดการเดินทาง
วันแรก ศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2019 : กรุงเทพฯ– เมืองเดลี
เวลา 20.30 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบิน Thai Airways เวลา 23.15 น. ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี ด้วยเที่ยวบินที่ TG 331  เวลา 02.15 เดินทางถึง ผ่านขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

วันที่สอง เสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2019 : เมืองเดลี – เมืองเลห์
04.00 น. เริ่มเช็คอินเพื่อเดินทางกันต่อ เวลา 06.30 น. ออกเดินทางสู่เมืองเลห์ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งลาดักห์ เมืองท่องเที่ยวสำคัญในแคว้นจัมมูแคชเมียร์ โดยสายการบิน Go Air  ด้วยเที่ยวบินที่ G8 203 ถ่ายภาพเทือกเขาหิมาลัยยามพระอาทิตย์ขึ้นจากเครื่องบิน เวลา 07.50 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองเลห์ ซึ่งสูง 3,500เมตรจากระดับน้ำทะเล ตัวเมืองมีวัฒนธรรมของชาวธิเบตให้ได้สัมผัสเปรียบเสมือนกำลังอยู่ในประเทศธิเบต ช่วงเช้าคณะจะเข้าเช็คอินแล้วพักผ่อนในโรงแรม เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับความสูง 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายออกไปถ่ายภาพพระราชวังเลห์ และความงดงามของเมืองเลห์ ชมเจดีย์สันติภาพ เป็นอนุสรณ์สถานแห่งการระลึกถึง พระพุทธศาสนาอายุครบ 2,500 ปี และเป็นจุดถ่ายภาพและชมทิวทัศน์ของเมืองเลห์และพระราชวังเลห์ได้อย่างสวยงาม พักที่ HOLIDAY LADAKH HOTEL ระดับ 4 ดาวแบบพื้นเมือง

วันที่สาม อาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2017 : เมืองเลห์ – เมืองลามายูรู
ถ่ายภาพแสงเช้าที่เจดีย์สันติภาพ รับประทานอาหารเช้า แล้วเดินทางไปยังลามายูรู ระหว่างทางเราจะแวะถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ วัดลามะยูรู ตั้งอยู่บนยอดเขาหินทรายของภูมิประเทศแบบพื้นผิวดวงจันทร์ ลามะยูรูจึงเป็นสถานที่แปลกแยก แปลกตา และลึกที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่จะหาได้ในหลังคาโลกนี้ วัดลามะยูรู มีอีกชื่อหนึ่งว่า ยุงตรุง ทาปาลิง กอมปา (ตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระอรหันต์นิมากุง จารึกผ่านมาถึงที่นี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน บริเวณนี้เคยเป็นทะเลสาบอยู่ท่านทำนายว่าจะมีวัดมาเจริญศาสนา ณ สถานที่นี้ท่านจึงได้ตั้งเสาธงมนตราไว้เป็นหมุดหมายสำคัญพร้อมกับแผ่กุศลทานด้วยการโปรยเมล็ดข้าวโพดแด่ดวงวิญญาณของนาคที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ ต่อมาเมล็ดข้าวโพดกลับงอกงามขึ้นเป็นรูปเครื่องหมาย สวัสติกะ จากนั้นเมื่อท่านริมโปเช ซังโป ( Rinchen-zang-po ) พาลามะจากอาณาจักรกูเก ( Guge Kingdom ) ของทิเบตตะวันตก มาสร้างวัดตามคำทำนายจึงตั้งชื่อวัดในนาม ยุงตรุง ซึ่งในภาษาทิเบตหมายถึงสวัสติกานั้นเอง ภายในเขตสังฆดินแดนของลามะยูรูเมื่อแรกสัมผัสจะรู้สึกได้ถึงความเก่าแก่ของอารามที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ผนังวัดที่ก่อด้วยอิฐโคลนตากแห้ง ผนังฉาบโคลน พื้นดินเหนียว มีเสาเป็นไม้ทาสีแดงประดับลวดลายแกะสลักวิจิตร เรือนหลังคามีเพียงคานไม้รับน้ำหนักกระเบื้องไว้ แม้ผ่านเวลามาเนิ่นนานก็ยังดูแข็งแรง รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม พักที่ HOTEL MOON LAND ถ้าไม่เหนื่อยเกินไปคืนนี้เราจะถ่ายดาวและทางช้างเผือกกันครับ

วันที่สี่ จันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2019 : เมืองลามายูรู – เมืองคาร์กิล – เมืองรังดุม
เช้าถ่ายภาพแสงแรกที่กระทบวัดลามายูรูซึ่งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย รับประทานอาหารที่โรงแรม แล้วเดินทางสู่คาร์กิล เมืองชุมทางสำคัญที่สุดบนถนนสาย เลห์-ศรีนาการ์ คาร์กิล ( Kargil ) เป็นเมืองมุสลิมตั้งอยู่บนที่สูงถึง 2,817 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อุณหภูมิช่วงเดือนนี้ไม่หนาวมาก คาร์กิลคือเมืองที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าขายระหว่าง ศรีนาการ์-เลห์ เป็นเมืองใหญ่ริมแม่น้ำสินซูรู (Suru ) ชาวเมืองคาร์กิลกว่าแสนคนและเกือบทั้งหมดที่อยู่อาศัยย่านตัวเมืองและรอบๆ เป็นมุสลิมเชีย ( Shia ) ทั้งเชื่อสายทิเบตดังเดิม และเชื้อสายเปอร์เชียที่เข้ามาอยู่รวมกันภายหลัง ยังมีฮินดูและซิกข์อยู่รวมอีกเพียงเล็กน้อย ถนนสายนี้จะมีการเปิดให้ใช้เส้นทางเฉพาะช่วงต้นเดือนกรกฎาคมจนไม่เกินต้นเดือนตุลาคม ระหว่างทางคุณจะได้ชมความงดงามของธรรมชาติที่แปลกตาทั้งสองฝั่งริมทาง รับประทานอาหารกลางวัน แล้วเดินทางไปยังเมืองแซงกู จากนั้นออกเดินทางสู่หุบเขาซันสการ์ ระหว่างทางสามารถมองเห็นยอดเขาคุน ( Kun ) สูง 7,090 เมตร และยอดเขานุน ( Nun ) สูง 7,135 เมตรพร้อมกับลำธารน้ำแข็งปรากฎอยู่ทางขวามือ ยอดเขาฝาแฝดคุนและนุน มีความสูงที่สุดในแดนลาดักห์ สามารถมองได้จากหมู่บ้านปานิกาและหมู่บ้านปาร์กาชาน เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านรังดุม Rangdum หมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ห่างจากคาร์กิลประมาณ 98 กม.ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. พักที่ Rangdum ถ้าสภาพอากาศเป็นใจคืนนี้เราจะถ่ายดาวและทางช้างเผือกกันครับ

วันที่ห้า อังคารที่ 30 กรกฎาคม 2019 : เมืองรังดุม – เมืองปาดัม
ถ่ายภาพแสงเช้าแล้วรับประทานอาหาร จากนั้นถ่ายภาพที่วัดรังดุม (Rangdum Monastery) วัดพุทธนิกายวัชรยานสายเกลุคปะ (Gelugpa sect) แห่งแรกก่อนเดินทางถึงซันสการ์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาเล็ก ๆ ในหุบเขาซูรู ด้วยความสูง 3,657 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล วัดรังดุมสร้างขึ้นเพื่อปกป้องสิ่งชั่วร้ายให้แก่หมู่บ้านเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำซูรู บริเวณวัดเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามอีกแห่ง จากนั้นลัดเลาะขึ้นลงตามไหล่ ชมหน้าผา โตรกธารและเลาะเรียบแม่น้ำซูรู (Suru) ถ่ายภาพภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนกว้างใหญ่ ลำธารน้อยใหญ่และ ดราน ดรุง กลาเซียร์ (Dran Drung Glacier) ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด บนเส้นทางปานซี-ลา (Pansi-la) ที่ความสูง 4,406 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และยอดเขานัน คุน Nun Kun Peak และแวะถ่ายภาพที่จุดถ่ายภาพ “Welcome to Zanskar Valley” แห่งเทือกเขาซันสการ์ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องของความเป็นธรรมชาติหลังม่านของความศิวิไลซ์ ออกเดินทางสู่ปาดัม (Padum) เมืองเอกของดินแดนซันสการ์ ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ใช้เวลาประมาณ 6 ชม. จากนั้นถ่ายภาพที่วัดของหมู่บ้านเก่าแก่ปิบิติ้ง (Village of Pibiting) และวัดเก่าแก่บนยอดเขา แล้วเที่ยวชมเมืองปาดัม (Padum) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรซันสการ์ ปาดัมอยู่สูง 3,505 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ปัจจุบันเป็นเมืองที่สำคัญของเขตนี้และเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยม พักที่ โรงแรม Hotel Zambala โรงแรมพื้นเมือง

วันที่หก พุธที่ 31 กรกฎาคม 2019 : เทศกาลระบำหน้ากาก – เมืองปาดัม
รับประทานอาหารเช้า แล้วไปถ่ายภาพเทศกาลระบำหน้ากากที่วัดคารซ่า (Karsha Gonpa) ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขาจันสการ์ ช่วงบ่ายไปถ่ายภาพวัดสตองเดย์ Stongdey Gompa เป็นวัดพุทธที่สำคัญแห่งหนึ่งของหุบเขา Zanskar วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1052 โดยลูกศิษย์ของท่าน Naropa ซึ่งท่านเป็นลามะนักแปลภาษาที่มีชื่อเสียงลามะ Marpa Lotsawa (ในช่วงปี 1012-1097) วัดนี้ถูกยึดครองโดย Gelugpa ประมาณสี่ศตวรรษต่อมาและสุดท้ายกลายเป็นวัดที่สร้างให้กับท่าน Je Tsongkhapa วัดนี้เป็นสถาบันสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองใน Zanskar โดยมีพระลามะอาศัยอยู่ประมาณ 60 ทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาล Gustor จะจัดขึ้น ในวันที่ 28 และ 29 ในเดือนที่สิบเอ็ดของปฏิทินทิเบต แล้วไปวัดซานลา (Zangla Gompa) ซึ่งอยู่ห่างออกไป 35 กิโลเมตรทางทิศเหนือของปาดัม พักที่ โรงแรม Hotel Zambala โรงแรมพื้นเมือง

วันที่เจ็ด พฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2019 : เมืองปาดัม – เมืองคาร์กิล
ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางกลับสู่เมืองคาร์กิล ระหว่างทางแวะถ่ายรูปตลอดเส้นทางเดินทางถึงเมืองคาร์กิลแล้วรับประทานอาหารเย็น เข้าที่พัก Hotel Saichen 3 ดาวแบบพื้นเมือง

วันที่แปด ศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2019 : เมืองคาร์กิล – เมืองเลห์
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองเลห์ ผ่านยอดฟูทูล่า จุดที่สูงที่สุดของเส้นทางศรีนากา-เลห์ ด้วยระดับความสูงที่ 4,118 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เดินทางต่อไปเมืองเลห์ แวะถ่ายรูปตามเส้นทาง รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม เข้าพักที่ HOLIDAY LADAKH HOTEL ระดับ 4 ดาวแบบพื้นเมือง

วันที่เก้า เสาร์ที่ 3สิงหาคม 2019 : เมืองเลห์ – เมืองเดลี – กรุงเทพฯ
รับประทานอาหารเช้า แล้วออกเดินทางสู่สนามบินเมืองเลห์ เวลา11.20 น. กลับเมืองเดลีโดยสายการบิน Go Air  เที่ยวบินที่ G8 220 และเวลา 23.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯโดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG 316  ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพในเวลา 05.25น. ของวันที่ 4 สิงหาคม 2019

ค่าใช้จ่าย :
ท่านละ 37,900 บาท หลังจากกรอกใบสมัครแล้ว รอรับอีเมลรายละเอียดชำระมัดจำ 20,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน

ค่าใช้จ่ายนี้รวม :
– ค่าวิทยากร ตลอดการเดินทาง
– ค่าโรงแรมที่พัก 3- 4 ดาวพร้อมอาหารเช้า (พักห้องละ 2 ท่าน) 
– ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
– ค่าอาหารทุกมื้อ
– ค่ารถเดินทางภายในประเทศ (รถจี๊ปคันละ 3 ท่าน เพื่อความสะดวกในการถ่ายภาพ)
– ค่ามัคคุเทศก์

ค่าใช้จ่ายไม่รวม :
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า และค่าประกันอุบัติเหตุ รายละเอียดการขอวีซ่าดูได้ที่นี่
– ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศชั้นประหยัด ไป-กลับ Bangkok / Delhi / Bangkok
– ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศชั้นประหยัด ไป-กลับ Delhi / Leh / Delhi

กรุณาสำรองที่นั่ง สายการบิน Thai Airway
ขาไป
Flight: TG 331 Bangkok (BKK) – Delhi (DEL)  Date: Fri 26 Jul Time 23:15 – 02:15 (4h 30m)
และสายการบิน Go Air
Flight: G8 203 Delhi (DEL) – Leh (IXL)  Date: Sat 27 Jul Time 06:30 – 07:50 (1h 20m)

ขากลับ
สายการบิน ​Go Air
Flight: G8 220 Leh (IXL) – Delhi (DEL)  Date: Sat 03 Aug Time 11:20 – 13:00 (1h 40m)
และสายการบิน ​Thai Airway
Flight: TG 316 Delhi (DEL) – Bangkok (BKK)  Date: Sat 03 Aug Time 23.30 – 05.25 (4h 25m)
หมายเหตุ : บริษัทยินดีดำเนินการออกตั๋วให้ โดยไม่คิดค่าบริการครับ

การเตรียมตัว :
– กล้อง และเลนส์ทางยาวโฟกัส 17mm หรือ 24mm หรือ 28mm ถึง 200หรือ 300mm เตรียม Battery และ Memmory card ให้เพียงพอ
– ขาตั้งกล้อง สายลั้นชัตเตอร์ อุปกรณ์จัดเก็บไฟล์ภาพ และ Big Stopper (ถ้ามี)
– อุปกรณ์กันหนาว ครีมกันแดด หมวก แว่นกันแดด และรองเท้าที่สวมสบาย
– ยารักษาโรคประจำตัว

<< ทริปถ่ายภาพทั้งหมด

ดูรายละเอียด ทริปถ่ายภาพและหลักสูตรอื่นๆ คลิกด้านล่างนี้ครับ

Back to topHomeหลักสูตรถ่ายภาพทริปถ่ายภาพผลงานนักเรียนหนังสือ "Memory of Nepal"ใบสมัครกรอกอีเมลเพื่อรับข่าวสารฟรี !