ทริปถ่ายภาพ : ปิระมิดอียิปต์-ล่องแม่น้ำไนล์ 26 ธ.ค. 2019 – 2 ม.ค. 2020 (กรุ๊ป 1) เต็มแล้ว !

ไฮไลท์ :
– ล่องแม่น้ำไนล์บนเรือหรู ระดับ 5 ดาว
– ชมมหาปิระมิดกิซ่า สฟิงซ์ อัสวาน-อาบูซิมเบลฯลฯ
– ชมหน้ากากทองคำฟาโรห์ตุตันคาเมน ณ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอียิปต์
– ถ่ายภาพสุเหร่าโมฮัมหมัด อาลี (Mohammad Ali) สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุด
– ชมหุบผากษัตริย์ ของฟาโรห์ 62 พระองค์
– พักโรงแรม 5 ดาว

ทริปนี้นำโดย อาจารย์กนิษ เทพศรีเมือง ช่างภาพเกียรตินิยมอังกฤษ ซึ่งจะให้คำแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง ผู้เริ่มต้นถ่ายภาพหรือยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ก็สามารถเข้าร่วมทริปถ่ายภาพนี้ได้

วันแรก 26 ธันวาคม 2019 : กรุงเทพฯ
21.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 7 เคาเตอร์ Q10-12 สายการบินอียิปต์แอร์ เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับ กรุณาสังเกตป้าย ProfotoClass

วันที่สอง 27 ธันวาคม 2019 : ไคโร-วิหารฟิเลย์-เสาหินโอเบลิก-ไฮด์แดม-หมู่บ้านนูเบียน (L-D)
00.50 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ MS961 BKK-CAI 00.50-05.50 ใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมง เวลาในประเทศอียิปต์จะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชม. เวลา 05.50 น. ถึงสนามบินนานาชาติเมืองไคโรประเทศอียิปต์ จากนั้นเปลี่ยนเครื่องเพื่อบินต่อไปที่เมืองอัสวาน 08.00 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ MS391 CAI-ASW 08.00-09.25 และในเวลา 09.25 น. เดินทางถึงสนามบินอัสวาน ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋า จากนั้นไปชม วิหารฟิเลย์ (Philae) โดยวิหารนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพีไอซิส (Isis) ในอดีตวิหารเคยถูกสร้างขึ้นบนเกาะฟิเลกลางแม่น้ำไนล์ แต่เมื่อเขื่อนอัสวานสร้างเสร็จ วิหารทั้งวิหารก็จมอยู่ใต้ระดับน้ำ นานาชาติจึงเข้ามาช่วยเหลือโดยการทำทำนบกั้นน้ำ และค่อยๆย้ายหินทีละก้อน ขึ้นมาสร้างวิหารแห่งใหม่ที่เกาะอากิลเกีย (Agilkia Island) แทนที่ตั้งเดิม ระหว่างทางแวะชมแหล่งหินแร่แกรนิตที่เก่าแก่และเสาหินโอเบลิก (The Unfinished Obelisk) ที่ยังสร้างไม่เสร็จ หากสร้างเสร็จเมื่อยกขึ้นตั้งจะเป็น เสาโอเบลิกที่สูงที่สุดในอียิปต์ แวะชมเขื่อนอัสวาน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไฮด์แดม (High Dam) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1960 เพื่อช่วยให้มีน้ำหล่อเลี้ยงไร่นาตลอดปี อีกทั้งยังใช้พลังน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงพอกับความต้องการของคนทั้งประเทศ และเพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำไนล์ไหลท่วมเวลาถึงฤดูน้ำหลาก จากนั้นเดินทางสู่เรือสำราญเพื่อล่องแม่น้ำไนล์
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารบนเรือ จากนั้นล่องเรือสำราญที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สู่ หมู่บ้านนูเบียน ชมความสวยงาม 2 ข้างทางของแม่น้ำไนล์ ค่ำ รับประทานอาหารบุฟเฟต์ ในภัตตาคารบนเรือ ค้างคืนบน เรือระดับ 5 ดาว IBEROTEL CROWN EMPRESS

วันที่สาม 28 ธันวาคม 2019 : อัสวาน-อาบูซิมเบล-วิหารรามเสสที่ 2-วิหารคอมออมโบ (B-L-D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์สู่เมืองอาบูซิมเบล เพื่อชม มหาวิหาร รามเสสที่ 2 (Great Temple of Ramses 2) ด้านหน้าวิหารจะมีรูปสลักซึ่งมีพระพักตร์ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ตั้งอยู่ 4 องค์ตรงทางเข้าสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นที่บูชาแด่เทพอามุนรา (Amun Ra) ฮอรากาติ (Horakhati) และสร้างวิหารใกล้เคียงกันสร้างเป็นเกียรติแก่ราชินีเนเฟอร์ตารี (Nefertari) เดิมทีวิหารแห่งนี้ได้จมอยู่ใต้น้ำจากการสร้างเขื่อนอัสวาน ทางยูเนสโกได้ช่วยกู้วิหารนี้ตามแบบเดิมทุกตารางนิ้วคงสภาพไว้เหมือนเดิม จากนั้นเดินทางกลับสู่อัสวาน
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารบนเรือ  จากนั้นออกเดินทางไปชม วิหารคอมออมโบ เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าสององค์คือ เทพโซเบค มีเศียรเป็นจระเข้ ชาวบ้านสร้างวิหารนี้ขึ้นมาเนื่องจากในสมัยก่อนโคงน้ำตรงที่ตั้งวิหารแห่งนี้จะเป็นจุดที่จระเข้ชอบมานอนเกยอยู่ข้างตลิ่ง ด้วยความเกรงกลัวจระเข้ ชาวบ้านจึงสร้างวิหารคอมออมโบขึ้นมา โดยมีนัยว่า เมื่อเราบูชาคารวะต่อเทพแห่งจระเข้โซเบคแล้ว เทพโซเบคจะปกป้องคุ้มภัยไม่ให้ถูกจระเข้ทำร้ายได้ วิหารแห่งนี้อยู่ด้านขวามือ ส่วนวิหารทางด้านซ้ายบูชาเทพฮอรัส (Horus) มีเศียรเป็นเหยี่ยว เทพเจ้าแห่งการต่อสู้และความกล้าหาญ ชมบ่อน้ำที่มีปากบ่อเป็นรูปกุญแจโบราณหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Key of life สร้างขึ้นมาด้วยภูมิปัญญาของคนโบราณไว้ใช้วัดความสูงของแม่น้ำไนล์เพื่อเก็บภาษีประจำปี จากนั้นกลับไปที่เรือเพื่อล่องเรือสู่เมืองเอ็ดฟู
ค่ำ รับประทานอาหารบุฟเฟต์ ในภัตตาคารบนเรือ พักค้างคืนบน เรือระดับ 5 ดาว IBEROTEL CROWN EMPRESS

วันที่สี่ 29 ธันวาคม 2019 : อัสวาน- วิหารเอ็ดฟู-ประตูน้ำอีสน่าล๊อค-เมืองลุคซอร์ (B-L-D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในเรือ จากนั้นไปชม วิหารเอ็ดฟู (เมื่อเรือมาถึงวิหารคณะต้องนั่งรถม้าสู่วิหารประมาณ 10 นาที รถม้า 1 คน นั่งได้ประมาณ 4 ท่าน) วิหารสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าฮอรัส ซึ่งสร้างด้วยหินสีดำในสมัยพระนางคลีโอพัตรา เมื่อประมาณ เกือบ 2,000 ปีมาแล้ว ชม ประตูน้ำอีสน่าล๊อค (Esna Lock) การเปิดประตูน้ำจากระดับน้ำที่สูงกว่าจนถึงการนำเรือลงสู่ระดับน้ำที่ต่ำกว่า จากนั้นนำท่านเดินทางกลับไปที่้เรือเพื่อแล่นยังเมือง ลุคซอร์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองไคโร ประมาณ 650 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไนล์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
เที่ยง รับประทานอาหารบุฟเฟต์ ในภัตตาคารบนเรือ บ่าย อิสระกับทิวทัศน์ธรรมชาติ พร้อมจิบชายามบ่าย เมื่อเรือมาถึงเมืองลักซอร์ ชม วิหารลุคซอร์ (The Temple of Luxor) ซึ่งสร้างถวายแก่เทพอมอน-รา กษัตริย์แห่งเทพเช่นกัน วิหารนี้ได้รับการบูรณะในปี ค.ศ. 1883 ภายในบริเวณวิหารประกอบด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่และรูปสลักหินแกรนิตขนาดมหึมา สลักเป็นรูปฟาโรห์รามเซสที่ 2 และมหาราชินีเนเฟอตารี ชมเสาโอบิลิสก์เสาหินแกรนิตขนาดใหญ่ ซึ่งแกะสลักด้วยอักษรอียิปต์โบราณ (เฮโรกริฟฟิค) และช็อปปิ้งตลาดลักค์ซอร์
ค่ำ รับประทานอาหารบุฟเฟต์ ในภัตตาคารบนเรือ พักค้างคืนบน เรือระดับ 5 ดาว IBEROTEL CROWN EMPRESS

วันที่ห้า 30 ธันวาคม 2019 : เมืองลุคซอร์-ฝั่งตะวันตกของแม่นํ้าไนล์ -ฝั่งตะวันตกของแม่นํ้าไนล์ (B-L-D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในเรือ แล้วออกเดินทางโดยรถยนต์เพื่อชม เมืองลุคซอร์ เขตเวสต์แบงค์ (West Bank) หรือเมืองทางฝั่งตะวันตกของแม่นํ้าไนล์ ชม อนุสาวรีย์แห่งเมมนอน (Colossi of Memnon) รูปสลักหินทรายขนาดใหญ่ 2 รูป มีความสูงถึง 20 เมตรซึ่งสมัยก่อนเป็นวิหารที่ใช้ฝังพระศพของฟาโรห์อเมนโนฟิสที่ 3 ครั้นเมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาลเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ทำให้ตัววิหารทั้งหลังพังลงมา เหลือเพียงรูปสลัก 2 รูป จากนั้นไปชม หุบผากษัตริย์ (Valley of The Kings) ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์ 62 พระองค์ แยกตามสุสานต่างๆในบริเวณหุบผา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าผาธีบัน ที่บริเวณนี้เป็นภูเขาหินทรายสีแดง ในแต่ละสุสานต้องใช้การขุดเจาะภูเขาเข้าไปทำเป็นช่องทางลับภายใน จะทำทางเดินเป็นช่วงๆ และทำเป็นห้องสำหรับวางโลงศพ สมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของฟาโรห์ ชมความอัศจรรย์ของภาพวาดตามผนังจากสีธรรมชาติที่มีอายุเป็นพันๆปีจากยุคฟาโรห์แต่ยังคงความสวยงามไว้จนถึงยุคปัจจุบันนี้ เข้าชม 3 สุสานที่สวยที่สุดและสมบรูณ์ที่สุด จากนั้นชม วิหารเดลบาฮารี (Deir El Bahari) อนุสรณ์สถานที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัปเซปซุท หรือที่รู้จักกันในนามของ “ราชินีหนวด” ออกแบบโดยสถาปนิกคนสนิท “เซเนมุท” เมื่อกว่า 3,500 ปีที่ผ่านมา
กลางวัน รับประทานอาหารภัตราคารอาหารจีน บ่าย ชม เขตตะวันออก (East Bank) มหาวิหารคาร์นัค (The Temple of Karnak) เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัววิหารหลังเดียวมีเนื้อที่ถึง 60 เอเคอร์ ซึ่งใหญ่พอที่จะนำโบสถ์ขนาดใหญ่ของยุโรปไปวางได้ถึง 10 หลัง มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างในสมัยฟาโรห์ ทุตโมซิสที่ 1 เพื่อถวายแด่เทพอมอน-รา เมื่อกว่า 3,600 ปีมาแล้ว หลังจากนั้น ฟาโรห์องค์ต่างๆ ก็เริ่มสร้างเพิ่มเติม ทำให้วิหารมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างมาก
ค่ำ รับประทานอาหารภัตราคารท้องถิ่น พักค้างคืนโรงแรม ระดับ 5 ดาว SONESTA ST. GEORGE HOTEL LUXOR

วันที่หก 31 ธันวาคม 2019 : สนามบินลักซอร์-สุเหร่าแห่งโมฮัมหมัด อาลี-พิพิธภัณฑ์อียิปต์ (B-L-D)
04.30 น. ท่านที่สนใจขึ้น บอลลูนลอยฟ้า สามารถจองบอลลูนได้ในราคาท่านละประมาณ 130 $ กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า-เช็คเอ้าท์ แล้วเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางสู่กรุงไคโร เวลา 12.15 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ MS362 LXR-CAI 12.15-13.2ในเวลา 13.25 น. เดินทางถึงสนามบินไคโร
เที่ยง รับประทาน อาหารไทย (แบบกล่อง) แล้วชม Citadel ป้อมปราการเก่าแก่ สร้างเมื่อ ค.ศ. 1176 โดยสุลต่านซาลาอัดดิน เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานของศัตรู สมัยสงครามครูเสด อยู่บนเนินเขากลางกรุงไคโร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงไคโรได้ไกลถึงปิรามิดที่กีซ่า ตามด้วย สุเหร่าโมฮัมหมัด อาลี (Mohammad Ali) สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร สร้างในปี ค.ศ. 1830 เสร็จปี ค.ศ. 1848 เป็นสัญลักษณ์ของกรุงไคโร ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ตัวสุเหร่า และส่วนของสนามตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีโดมขนาดใหญ่สูง 52 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 21 เมตร มีโดมขนาดเล็กรองรับอีก 4 มุม ตัวอาคารสร้างด้วยหิน Albaster ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้างดงามตามแบบศิลปะอิสลาม หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกาที่พระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์แห่งฝรั่งเศสมอบให้รัฐบาลอียิปต์เป็นของขวัญ แลกกับเสาโอเบลิสก์จากวิหารลุคซอร์ที่ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ Place de la Concorde กรุงปารีส จากนั้นเดินทางสู่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum) สถานที่เก็บสะสมโบราณวัตถุล้ำค่าจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1858 โดยนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อ Auguste Mariette ชมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน (Tutankhamun) และงานศิลปะที่มีค่าไม่ต่ำกว่า 250,000 ชิ้น มีอายุเก่าแก่เกือบห้าพันปีมาแล้ว ชมพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ ชมพระรูปของฟาโรห์อัคนาแตน-ฟาโรห์นักปฏิวัติ ชมพระรูปของพระนางฮัตเชปสุต รถศึก และเก้าอี้บัลลังก์ทองคำ นอกจากนี้ท่านยังได้ชมสมบัติอันล้ำค่าอื่นๆ อีกมากมาย เช่น แหวน, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ ฝีมือประณีต ล้วนมีอายุกว่า 3,300 ปี
ค่ำ รับประทานอาหารภัตราคารท้องถิ่น พักโรงแรมระดับ 5 ดาว Sofitel El Gezirah Hotel Cairo

วันที่เจ็ด 1 มกราคม 2020 : มหาปิระมิด– เมมฟิส – ตลาดข่าน เอล คาลิลี่ (B-L-D)
เช้า รับประทานอาหารเช้า– เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม แล้วเดินทางสู่ปิระมิด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เช่น มหาปิระมิดคีออฟ (Cheops) ปิระมิดเคฟเฟร (Chephren)  ปิระมิดไมครีนอส (Mycrenos) ชมสฟิงซ์ (Sphinx) ซึ่งมีหน้าที่เฝ้าวิหารและสุสานของกษัตริย์ เป็นเครื่องแสดงถึงอำนาจ ลำตัวเป็นสิงโตหมอบเพศผู้ มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกยาวประมาณ 73 เมตร สูง 20 เมตร แกะสลักจากหินปูนเพียงก้อนเดียวโดยใช้พระพักตร์ของฟาโรห์เคฟเฟร โดยที่บริเวณที่ราบสูงกีซ่านี้มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารจีน จากนั้นเดินทางสู่ เมืองเมมฟิส (Memphis) เมืองหลวงเก่าแห่งแรกในยุคอียิปต์โบราณกว่า 5,000 ปี ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่ามีความสำคัญ ในการรวมอียิปต์บนและอียิปต์ล่างให้เป็นหนึ่งเดียว โดยฟาโรห์นาเมอร์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ที่ 1 ระหว่างทางท่านจะได้เห็นตัวฐานรากของสถานที่โบราณ และรูปแกะสลักจากหินที่ยังหลงเหลืออยู่ในระดับพื้นดิน เข้าชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งเมืองเมมฟิส อันจัดแสดงรูปแกะสลักขนาดยักษ์ ด้วยหินแกรนิตสีชมพูจากเมืองอัสวานของ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งมีพระพักตร์อันงดงาม ซึ่งสลักด้วยช่างฝีมือชั้นเยี่ยมไว้ในอาคารโปร่ง ซึ่งภายในยังจัดแสดงชิ้นส่วนวัตถุโบราณและรูปสลักจากวิหารสำคัญต่างๆในอียิปต์ ส่วนการจัดแสดงกลางแจ้ง ชมสฟิงค์ และ ฟาโรห์รามเสสที่ 2 โดยแต่ละองค์จะสวมมงกุฎที่มีลักษณะแตกต่างกัน จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองโบราณที่ใกล้กันอีกเมืองคือ ซัคคาร่า (Sakkara) เพื่อชมปิระมิดขั้นบันได (Step pyramids) เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ใช้เป็นสถานที่ฝังพระศพของ กษัตริย์ซอเซอร์ และเป็นต้นแบบของปิรามิด ปิดท้ายด้วยช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดข่าน เอล คาลิลี่ (Khan El Khalili Bazaar) หลากหลายด้วยร้านค้า เครื่องเทศ เครื่องเงิน, ร้านทอง, เสื้อผ้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น ในเวลา 23.30 น. บินตรงสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ MS960 CAI BKK 23.30-12.40+ (8 ชั่วโมง)

วันที่แปด 2 มกราคม 2020 : กรุงเทพฯ
12.40 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

ค่าใช้จ่าย :
ราคา 49,900 บาท (รับเพียง 10 ท่าน)
กรณีต้องพักเดี่ยว ชำระเพิ่ม 9,000 บาท หลังจากกรอกใบสมัครแล้ว รอรับอีเมลรายละเอียดชำระมัดจำ 20,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน

ค่าใช้จ่ายนี้รวม :
– ค่าวีซ่า
– ค่าวิทยากร ตลอดการเดินทาง
– ค่าโรงแรมที่พัก 5 ดาวพร้อมอาหารเช้า (พักห้องละ 2 ท่าน) 
– ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
– ค่าอาหารทุกมื้อ
– ค่ารถบัสเดินทางภายในประเทศ
– ค่าขี่อูฐรอบปิระมิด
– ค่ามัคคุเทศก์

ค่าใช้จ่ายไม่รวม :
– ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ ไป-กลับ Bangkok / Cairo / Bangkok
– ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ Cairo / Aswan
– ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ Luxor / Cairo

กรุณาสำรองที่นั่ง สายการบิน EGYPTAIR
ขาไป
Flight: MS961 Bangkok (BKK) – Cairo (CAI)  Date: Fri 27 Dec Time 00:50 – 05:50 (9h)
Flight: MS391 Cairo (CAI) –  Aswan (ASW)  Date: Fri 27 Dec Time 08:00 – 09:25 (1h 25m)
และขากลับ
Flight: MS362 Luxor (LXR) –  Cairo (CAI)  Date: Tue 31 Dec Time 12:15 – 13:25 (1h 10m)
Flight: MS961 Cairo (CAI) – Bangkok (BKK)  Date: Wed 1 Jan Time 23.30 – 12.40+1 (8h)

หมายเหตุ : บริษัทยินดีดำเนินการซื้อตั๋วให้ โดยได้ตั๋วเครื่องบินทั้ง 4 ไฟลท์ในราคา 30,000 บาท หรือ 95,000 บาทสำหรับท่านที่ต้องการชั้นธุรกิจ (ชั้นธุรกิจเป็นไฟลท์ระหว่างประเทศเท่านั้น ส่วนไฟลท์ภายในประเทศจะเป็นชั้นธรรมดาครับ)

Back to topHomeหลักสูตรถ่ายภาพทริปถ่ายภาพผลงานนักเรียนหนังสือ "Memory of Nepal"ใบสมัครกรอกอีเมลเพื่อรับข่าวสารฟรี !